เส้นทางปริศนาของ อเล็กซิส ซานเชส

เส้นทางปริศนาของ อเล็กซิส ซานเชส

นับว่ามีจิตใจที่ทรนงเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าโอกาสการลงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแทบไม่มีแล้ว แต่ตัวเขาก็ยังคงไม่ยอมลดค่าเหนื่อย เพื่อจูงใจในการย้ายสู่ทีมอื่น จนท้ายที่สุดทางสโมสรต้นสังกัดต้องออกลูกง้อ ขอให้ทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ให้ช่วย ๆ รับไปหน่อย แล้วจะช่วยจ่ายเงินค่าเหนื่อยให้ถึงครึ่งหนึ่งพร้อมกับ ออปชั่นซื้อขาดในราคาที่สุดย่อมเยาว์

ซึ่งหมากเกมนี้นับเป็นจุดที่ แมนยูฯ พลาดท่าไปเซ็นสัญญาค่าเหนื่อยไว้กับนักเตะซะสูง เช่นนี้แล้ว ซานเชส ที่เข้าสู่วัยช่วงปลายค้าแข้งก็น่าจะปราถนาเน้นที่ส่วนนี้อยู่แล้ว และเหมือนจะไม่ซีเรียสมากนักหากจะไม่มีเวทีให้แสดงฝีเท้า

อันที่จริงแล้ว อเล็กซิส ซานเชส เริ่มออกอาการเก๋ามาพอสมควร ทั้งการแยกซ้อมอย่างอิสระชนิดที่กุนซืออย่าง โอเลกุนนาร์ โซชาร์ ไม่กล้าโวยวาย แม้ว่าที่ผ่านมาในเวลาส่งเขาลงเล่นบางครั้งแม้นักเตะจะหายไปจากเกมดื้อ ๆ แต่ความพยายามที่จะวิ่งหาบอลของเขาก็นับว่ามีใจสู้ให้กับทีมอย่างมีมาตรฐานพอสมควร แต่ปัญหามันติดตรงที่การปรับจูนให้สอดคล้องและทุ่มเทกับการฝึกร่วมนี่ล่ะ

และเรื่องมันก็หนักยิ่งขึ้นจนได้เมื่อล่าสุดในครั้งที่ ซานเชส เข้าซ้อมร่วมกับทีมก็ดันเกิดไปมีปัญหากับ เมสัน กรีนวู้ด เข้าจนได้

ซึ่ง เมสัน เองนั้นก็กำลังเป็นนักเตะรุ่นน้องวัยห้าว และทันทีที่เกิดการเข้าสกัดบอลแม้จะเป็นการซ้อม แต่ เมสัน ก็ใส่เต็มร้อย จนกลายเป็นไปเข้าบอลแรงใส่ ซานเชส และบานปลายจนถึงขั้นเกือบลงไม้ลงมือกัน ซึ่ง ซานเชซ เกิดฉุนขาดอย่างที่สุดต่อว่าอย่างรุนแรง เนื่องด้วยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย ที่ตรากตรำมาจากการเล่นในเกมทีมชาติมาหมาด ๆ ซึ่งฝ่ายรุ่นน้องเองก็ตอบโต้ฝีปากอย่างดุเดือดจนเพื่อน ๆ ต้องวิ่งเข้าห้ามก่อนที่จะมีมวย

และเหตุครั้งนั้นเองก็ยิ่งทำให้ ซานเชส กลายเป็นบุคคลที่มีสภาวะเข้ากันได้ยากต่อบรรยากาศภายในแคมป์ฝึก ถือเป็นฟางแทบจะเส้นสุดท้าย ที่จากนั้นเริ่มชัดว่าเขาจะไม่อาจอยู่ในแผนการทำทีมแน่นอน แม้ว่าหลายคนในทีมรวมถึงกุนซือจะไม่ได้มีข้อบาดหมางหรือชิงชังอะไรต่อกัน แต่มันเป็นสุญญากาศที่เข้ากันได้ยาก

ท้ายที่สุดต้องติดตามกันต่อไปว่า ทางฝั่งของ อินเตอร์ มิลาน จะสรุปการเจรจาเป็นที่สมบรูณ์หรือไม่และในทิศทางใด และที่น่าสนใจอีกนั่นก็คือพฤติกรรมของ ซานเชส เมื่ออยู่กับทีมงูใหย่แล้วจะเป็นอย่างไรจะเข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งที่จริงแล้วนี่นับเป็นโอกาสปลายทางแล้วที่เขาจะงัดศักยภาพออกมาอย่างเค้นที่สุดเพื่อส่งท้ายให้วงการฟุตบอลจดจำ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ howtolookyounger.pw

ซีดาน เปิดโอกาส แนะ เบล ต้องหันมาเน้นช่วยในเกมรับมากขึ้น

ซีดาน เปิดโอกาส แนะ เบล ต้องหันมาเน้นช่วยในเกมรับมากขึ้น

ไม่รู้ว่างานนี้ ซีดาน จะเริ่มใจอ่อน หรือต้องยอมรับกับสถานการณ์ หลัง แกเร็ธ เบล ยังคงได้ไปต่อกับทัพราชันชุดขาว แม้ว่าเขามักจะตกเป็นประเด็นขัดแย้งกับกุนซือรายนี้ก็ตาม  แถมยังมีข่าวเตรียมย้ายทีมไปรับทรัพย์มหาศาลในลีก จีน ออกมาอย่างหนาหู แต่ท้ายที่สุดแล้วนักเตะรายนี้ก็ยังคงไม่ไปไหน แถมยังพึ่งจะได้โอกาสลงเล่นในนัดเปิดฤดูกาลอีกต่างหาก ซึ่ง ซีดาน ก็ได้ออกมาแนะ เบล ว่าหากต้องการจะสวมชุดขาวในฤดูกาลนี้ต่อไปจริง  ก็ควรจะพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เพิ่มขึ้นในระดับดีเยี่ยมให้ได้ก่อน

ก่อนหน้านี้เรามักจะได้เห็นข่าว กุนซือ ชาวฝรั่งเศส กับ ปีกชาว เวลส์ รายนี้ระหองระแหงกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีปัญหาขัดแย้ง ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า การปะทะคารมไปมาซึ่งกันและกัน จนแทบอยากจะส่งตัว เบล ออกไปให้พ้นถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว ขณะที่นายทุนจีนพอรู้ข่าว ก็รีบนำข้อเสนอมูลค่ามหาศาล ระดับสถิติโลก มาหยิบยื่นให้กับนักเตะรายนี้ในทันที

ปกติแล้ว ซีดาน จะไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ แกเร็ธ เบล ได้ลงสนามมากนัก แต่ไม่รู้อย่างไรในนัดเปิดฤดูกาลที่พบกับ เซลต้า บีโก้ เขากลับได้ลงสนามในฐานะตัวจริงและก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมพาทีมเอาชนะไปได้ 3-1 เก็บ 3 แต้มไปครองก่อนได้สำเร็จ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ซีดาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงตัว เบล ว่า

“ระดับการเล่นเกมรับ เป็นสิ่งสำคัญ และต้องพัฒนาความสามารถนี้ให้สูงมาก ๆ เพราะมันก็เป็นเหมือนคุณสมบัติอย่างหนึ่งสำหรับผู้เล่น ที่ต้องการจะอยู่ที่นี่ มันเป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเคยกล่าวถึงเขา แต่เขากลับเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อ”

“แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็สามารถโชว์ฝีมือการเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมให้พวกเราเห็นแล้ว ในก่อนหน้านี้ และเขาจะต้องแสดงมันให้เห็นอีกครั้ง เพราะเขารู้ว่าจะต้องเป็นผู้เล่นแบบไหนตามที่เราต้องการ”

อย่างไรก็ตาม เบล เป็นนักเตะที่มีทักษะระดับสูงคนหนึ่ง ก่อนจะย้ายจาก สเปอร์ส ไปค้าแข้งกับสโมสรที่ใหญ่กว่าอย่าง เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกกว่า  85 ล้านปอนด์ ในปี 2013 แต่หลังจากที่ย้ายไป เบล กลับไม่สามารถนำฟอร์มที่หวือหวาตื่นตา มาใช้ได้เหมือนสมัยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้ต้องตกเป็นข่าวเตรียมโดนเขี่ยทิ้งหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีนักเตะจาก ลีก อังกฤษ มากมายที่ไม่สามารถงัดฟอร์มเด่นได้เมื่อเข้ามาเล่นให้กับ ราชันชุดขาว ซึ่งรูปแบบการเล่นของลีก และระบบการเล่นของทีมก็ถือเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ howtolookyounger.pw

ฟุตบอลพรีเมียร์ และ ทีมที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ

ฟุตบอลพรีเมียร์ และ

ทีมที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ

 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลใหม่แล้ว จึงอยากจะมาแนะนำแล้วทำความรู้จักกับทีมที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษกันบ้าง

 

1. สโมสรฟุตบอลนอริชซิตี้ (Norwich City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเมือง นอริช นอร์ฟอล์ก มีฉายาในภาษาอังกฤษว่า The Canaries Yellows, The Citizens มีฉายาในภาษาไทยว่า ทีมนกขมิ้นเหลืองอ่อน ก่อตั้งเมื่อ 17 มิถุนายน 1902 หรือเมื่อ 117 ปีก่อน สนามที่ใช้ชื่อ สนามแคร์โรว์โรด ความจุ 27244 ที่นั่ง ผ่านขึ้นมาเล่นในพรีเมียลีกด้วยผลคะแนนเป็นอันดับ 1 ในลีกแชมป์เปี้ยนชิพด้วยคะแนน 94 คะแนนจากการลงเล่นทั้งหมด 46 นัด แบ่งเป็น ชนะ27 เสมอ13 และแพ้ไป 6 นัด ประวัติแบบคร่าวๆของสโมสร สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1902

 

ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในปี ค.ศ.1972 และหลังจากนั้นได้เล่นอยู่ในลีกสูงสุดถึง 23 ฤดูกาล โดยในช่วงที่ยาวนานที่สุดถึง 9 ฤดูกาล ทีมนอริช ชนะเลิศถ้วยลีกคัพถึง 2 ครั้งในปี 1962 และ 1985 เอฟ เอ ยูธคัพอีก 2 สมัยในปี 1983 และ 2013 สโมสรเป็นสมาชิกแรกก่อตั้งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1992-93 และจบอันดับ 3 ทำให้ได้เล่นอยู่ในลีกสูงสุดถึง 3 ฤดูกาล และเคยเข้าถึงรอบ 3 ของฟุตบอลยูฟ่าคัพ นอริชมีคู่ปรับตลอดกาลแห่งภาคตะวันออกของอังกฤษอย่าง อิปสวิชทาวน์ ซึ่งแมทช์การแข่งขันดังกล่าวถูกเรียกว่า “อีสต์แองเกลียนดาร์บี” เพลงเชียร์ของแฟนบอลนอริชมีชื่อว่า “On the Ball,city “ ถือว่าเป็นเพลงเชียร์ฟุตบอลที่เก่าที่สุดในโลกด้วย

 

2.สโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด (Sheffield United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมือง เชฟฟิลด์ เซาท์ยอร์กเชียร์ มีฉายาในภาษาอังกฤษว่า เดอะเบลด,พ่อมดแดงขาว มีฉายาในภาษาไทยว่า ดาบคู่ ก่อตั้งเมื่อ 22 มีนาคม 1889 สนามเหย้าที่ใช้ชื่อ บรามอลล์เลน ความจุ 32609 ที่นั่ง ผ่านขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกด้วยผลคะแนนเป็นอันดับ 2 ในลีกแชมเปี้ยนชิพด้วยคะแนน 78 คะแนนจากการลงเล่นทั้งหมด 46 นัด แบ่งเป็นชนะ26 เสมอ7 และแพ้ไป9 นัด ประวัติแบบคร่าวๆของสโมสร พวกเขาเป็นสโมสรแรกที่ใช้คำว่า “ยูไนเต็ด” ต่อท้ายและฉายา ดาบคู่ (The Blades) ของพวกเขาก็มาจากการที่เมืองของเขามีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สนามเหย้าของเขาก็คือ บรามอลล์เลน ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้อยู่

 

สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จในช่วงปี 1987-1902

 

โดยได้แชมป์ลีกในปี 1898 และได้แชมป์ FAcup ในปี 1899 1902 1915และ 1925 พวกเขายังเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 1901 และ 1936 นอกจากนี้ในถ้วย ลีกคัพ ผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาก็คือการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2003 เช่นกัน ผลงานที่ผ่านมาทีม ดาบคู่ สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียลีกได้ในปี 2006 แต่เล่นได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ตกชั้นไปอีกครั้ง พวกเขาสามารถเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นในปี 2009 แต่จากความไว้วางใจในตัวผู้เล่นที่ยืมตัวมาประกอบกับการขายดาวดังออกไป ทำให้ทีมต้องตกชั้นไปสู่ลีก วัน เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ในฤดูกาล 2012-2013

 

3. สโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมือง เบอร์มิงแฮม มีฉายาในภาษาอังกฤษว่า The Villa มีฉายาในภาษาไทยว่า สิงห์ผงาดหรือสิงห์ผยอง มีสนามเหย้าชื่อ วิลลาพาร์ก ความจุสนาม 42660 ที่นั่ง ผ่านขึ้นมาเล่นในพรีเมียลีกด้วยการจบอันดับ 5 ในลีกแชมป์เปี้ยนชิพ และเอาชนะ ทีมดาร์บี้หรือแกะเขาเหล็กในนัดชิงชนะเลิศเพื่อเลื่อนขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกด้วยสกอร์ 1-0 ประวัติคร่าวๆของสโมสร ก่อตั้งในปี 1874 เคยได้แชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก 1 สมัยในปี1982 ซึ่งเป็นยุคของ โทนี่ บาร์ตัน โดยเอาชนะสโมสร บาเยิร์นมิวนิค ไปได้ 1ประตูต่อ 0 จากการยิงของ ปีเตอร์ วิธในนาทีที่ 67 เคยได้แชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ถึง 7 สมัย เอฟ เอ คัพ 7 สมัยและฟุตบอลลีกคัพ 5 สมัย

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ howtolookyounger.pw

โยโกฮาม่า ส่ง อุ้ม ธีราทร ปะทะ แมนซิตี้ ชุดหลัก เกมอุ่นเครื่องที่ญี่ปุ่น

โยโกฮาม่า ส่ง อุ้ม ธีราทร ปะทะ แมนซิตี้ ชุดหลัก เกมอุ่นเครื่องที่ญี่ปุ่น

เกมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีม โยโกฮาม่า เอพ มารินอส ทีมรองจ่าฝูงเจลีกเปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลอังกฤษดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีก ณ สนาม นิสสัน สเตเดี้ยม โดยงานนี้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแห่งทีมเรือใบสีฟ้า จัดนักเตะชุดหลักลงสนามแบบเต็มสูบ หวังอุ่นเครื่องลับคมนักเตะอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ 3 ประสานแนวรุกอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลีรอย ซาเน่ ขณะที่ทีมฟุตบอลดังจากประเทศญี่ปุ่นได้มีการส่งนักฟุตบอลไทย อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน เป็นตัวจริงลงสนามในตำแหน่งแบ็คซ้ายด้วย

เริ่มเกมเป็นไปตามคาดนักเตะทีมเรือใบสีฟ้า สามารถคุมเกมได้เหนือกว่าทุกอย่าง และได้โอกาสลุ้นประตูขึ้นนำตั้งแต่ 10 นาทีแรก

จากลูกยิงของ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ แต่ พัค อิล-กยู นายด่านแห่ง โยโกฮาม่า สามารถเซฟเอาไว้ได้ แต่แล้วต่อมาก็มีประตูขึ้นนำจนได้จากการที่ ธีราทร บุญมาทัน ดันไปลื่นล้มจนหลุดตำแหน่ง หลายเป็นโอกาสของ แบร์นาโด้ ซิลวา จ่ายให้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเข้ามาในเขตโทษยิงยัดเสาแรกขึ้นนำไป 1-0

แม้จะโดนขึ้นนำไปก่อนแต่แฟนบอลเอเชียก็ยิ้มได้อีกครั้งเมื่อ เทรึฮิโตะ นากางะ หลุดเดี่ยวแล้วยิงไปติดเซฟ เคลาดิโอ บราโว่ จังหวะแรกบอลกระเด้งไปเข้าทาง มาร์กอส จูเนียร์ ให้ซ้ำเป็นลูกที่สอง แต่ บราโว่ ยังคงเหนียววิ่งมาเซฟได้ทัน ทว่าดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเมื่อบอลยังคงไปหานักเตะ โยโกฮาม่า อย่าง เคอิตะ เอ็นโดะ ซึ่งยืนรอโอกาสอยู่หน้าประตูซ้ำเป็นรอบที่สามพาทีมตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่23

เกมดำเนินไปจนถึงนาทีที่ 40 เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งหลุดขึ้นหน้าแล้วยิงผ่านมือ พัค อิล-กยู ผู้รักษาประตูขึ้นนำต่อ  2-1 โดยหลังจากนั้นนักเตะ โยโกฮาม่า ก็ยังหาโอกาสยิงลูกตีเสมอไม่ได้ จนหมดเวลาครึ่งแรกไปในที่สุด

เริ่มเกมครึ่งหลัง ธีราทร บุญมาทัน ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเป็นคนแรกในเกมการแข่งขัน ในนาทีที่ 76 แล้วส่ง ทาคุยะ วาดะ ลงมาเล่นแทน หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็รุก-รับกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังไม่มีใครได้ประตูไปจนเวลาครบ  90 นาทีเต็ม จนใคร ๆ ต่างก็เดาว่าเกมนี้อาจจะต้องจบด้วยผลสกอร์ 2-1 อย่างแน่นอน

แต่ที่ไหนได้หลังจากเวลาผ่านไปแค่  2 นาที (90+2) ทัพเรือใบสีฟ้าได้โอกาสทิ้งทวน จากแบร์นาเบ้ การ์เซีย เปิดเข้าเขตโทษบอลชิ่งทะลุไปถึง ลูคัส เอ็นเมช่า ก่อนเจ้าตัวจะรีบเข้าชาร์จยิงอัดฝาโลงไปแบบเน้น ๆ 3-1 ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน จบเกม แมนเชสเตอร์ซิตี้ ยังคงรักษามาตรฐานสามารถได้อย่างดีเยี่ยมในการเอาชนะ  โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ไป 3-1

 

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ howtolookyounger.pw